Top notch Multipurpose WordPress Theme!

ถ้าไม่อยากซ่อมแอร์แพง

by LangAIR Took Comments: 0

 

ไม่อยากเสียเงินซ่อมแอร์แพง ๆ มีวิธีดูอาการเบื้องต้นก่อนเรียกช่าง

บ้านใดที่มีการใช้แอร์กันอยู่แล้ว สิ่งที่มักจะพบเจอเมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็คืออาการเสียต่าง ๆ ซึ่งบางอาการนั้นอาจไม่จำเป็นต้องถึงมือช่างก็ได้ อย่างเช่นเมื่อแอร์ไม่เย็น หรือลมแอร์ไม่แรงก็เพียงแค่ถอดแผ่นกรองออกมาล้าง แต่สำหรับอาการที่หนักขึ้นและอาจจำเป็นต้องให้ช่างมาช่วยในการซ่อมแอร์ หากเราทราบเบื้องต้นว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากเรื่องใด มันก็สามารถช่วยประหยัดเวลาในการวินิจฉัยอาการเสียโดยช่าง และที่แน่ ๆ ก็สามารถช่วยในการประหยัดค่าซ่อมลงได้ด้วย

สาเหตุหลัก ๆ ที่มักพบเจออาการเสียจนถึงขั้นต้องซ่อมแอร์ก็คือ

  • แอร์ไม่เย็น ทั้ง ๆ ที่ทำการล้างแผ่นกรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณต้องสังเกตประกอบกันก็คือคอมเพรสเซอร์หรือเครื่องที่มีพัดลมระบายอากาศร้อนซึ่งอยู่ด้านนอกตัวบ้านนั้นยังคงทำงานอยู่หรือไม่ หากยังทำงานอยู่ก็แสดงว่าอาการเสียเป็นที่ระบบทำความเย็นที่ผิดปกติ เช่นท่อน้ำยาตัน น้ำยาแอร์ขาด หรือแรงอัดของคอมเพรสเซอร์ไม่พอซึ่งอาจมีอาการรั่วของระบบสุญญากาศ ซึ่งเมื่อช่างมาทำการซ่อมแอร์ก็จะสามารถวินิจฉัยอาการได้เร็วขึ้น คือเลือกเช็คเฉพาะจุดตามอาการที่คุณอธิบาย การซ่อมก็ทำได้เร็วขึ้น แต่ในกรณีที่คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน อาการผิดปกติก็จะเป็นผลมาจากวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้า หรือระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ อันนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าขอให้เป็นกับอุปกรณ์ที่ไม่แพงมาก อาการหนักสุดก็คือแผงวงจรควบคุมช็อต การหาอะไหล่เปลี่ยนจะค่อนข้างแพงราคาอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับแอร์แต่ละประเภทแต่ละรุ่นและแต่ละยี่ห้อแอร์
  • เปิดสวิตช์แล้วทุกอย่างไม่ทำงานเลย โดยปกติแล้วแอร์ปัจจุบันนี้มักต้องใช้รีโมทควบคุมการวินิจฉัยอาการเสียควรเริ่มจากง่ายไปยาก อาการแบบนี้อาจเป็นเพียงรีโมทเสียก็ได้ ซึ่งกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องซ่อมแอร์เลย
    ให้ลองเช็คการทำงานของรีโมทดูก่อน หากถ่านยังมีให้ลองเช็คการส่งสัญญาณของรีโมทด้วยการเปิดกล้องโทรศัพท์ของคุณไปที่จุดส่งสัญญาณที่รีโมท ส่วนมากจะมีลักษณะเหมือนหลอดไฟเล็ก ๆ ใส ๆ เมื่อคุณกดสวิตช์ต่าง ๆ บนรีโมทสัญญาณจะถูกส่งไปทางนี้แต่คุณจะมองไม่เห็นเพราะเป็นคลื่นอินฟราเรด จึงต้องใช้กล้องจากโทรศัพท์ช่วยดู ถ้ายังทำงานอยู่ ในขณะที่คุณกดปุ่มใด ๆ ก็ตามคุณจะเห็นไฟที่จุดนี้กระพริบตามการกดทั้ง ๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หากรีโมทยังทำงานก็น่าจะมีสาเหตุมาจากตัวเครื่องเองแล้ว อาจเป็นสายไฟเก่าจนขาด หรือหลุด ฟิวส์ขาด ช่างก็จะทำการตรวจเช็คสายไฟหรือฟิวส์ตามอาการ
  • มีน้ำหยดจนทำให้บางครั้งลมไม่แรง หรือไม่เย็น อาการแบบนี้ก็มักพบกันได้มาก ในกรณีที่ใช้ไปนาน ๆ สาเหตุก็จะมาจากความสกปรกที่สะสม หรือท่อน้ำตันหรือหลุดก็เป็นไปได้ กรณีเช่นนี้การซ่อมแอร์ต้องใช้การทำความสะอาดที่ละเอียดขึ้นคืออาจต้องใช้ปั๊มป์แรงดันช่วยในการทำความสะอาด และตรวจหาจุดที่มีรอยรั่วแล้วทำการเปลี่ยนใหม่ซะ

ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดูแล้วคุณจะพบว่าส่วนมากอาการที่พบก็มีลักษณะแบบนี้เสียเป็นส่วนใหญ่ การวินิจฉัยเบื้องต้นทำให้ช่างไม่ต้องมาสุ่มเช็คซึ่งจะเป็นเหตุผลในการเพิ่มค่าซ่อมแอร์ได้ภายหลังนะ ซึ่งคุณก็จำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้แอร์สามารถทำความเย็นได้ตามปกติ

 


 

11 วิธีช่วยประหยัดค่าไฟ

by LangAIR Took Comments: 0

11 วิธีต่อไปนี้ จะช่วยเราประหยัดพลังงานและพลังเงินของเราโดยไม่ต้องลงทุน

หลายวิธีที่จะกล่าวถึงนี้ อาจเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราคิดไม่ถึงหรือเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเราพร้อมใจกันปฏิบัติอย่างถูกต้อง จะช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    1. ปิดพัดลมระบายอากาศเมื่อไม่จำเป็น

ในห้องปรับอากาศมักติดตั้งพัดลมระบายอากาศไว้สำหรับระบายอากาศออกจากห้องปรับอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องที่มีกลิ่นหรือควันจากการสูบบุหรี่ เมื่อมีการระบายอากาศออกจากห้อง ก็จะมีอากาศในปริมาณเท่ากันไหลเข้ามาในห้อง เพื่อทดแทนอากาศส่วนที่ถูกระบายทิ้งออกไป อากาศจากภายนอกที่ไหลเข้ามาแทนที่นี้ ทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อทำให้อากาศร้อนจากภายนอกที่เข้ามาเย็นลงจนเท่ากับอากาศภายในห้อง พัดลมระบายอากาศนี้มีความจำเป็น หากเป็นห้องที่มีคนใช้งานมาก หรือมีกลิ่นจากเอกสาร, อาหาร หรือควันบุหรี่ แต่หากเป็นห้องที่มีคนใช้งานไม่มาก และไม่มีกลิ่นรบกวน ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ ทั้งนี้เนื่องจาก โดยธรรมชาติจะมีอากาศรั่วซึมผ่านทางกรอบประตูหน้าต่างอยู่ในปริมาณหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ในการหายใจ นอกจากนี้ หากเป็นห้องประชุม ในขณะที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้อากาศเย็นก่อนจะมีคนเข้าใช้ห้อง ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ ให้รอจนมีคนเข้าใช้ห้องประชุมเป็นจำนวนมากก่อน จึงเปิดพัดลมระบายอากาศก็ได้

    2. ตั้งปิดจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน

ในสำนักงานสมัยใหม่ มีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์กันมากขึ้น ความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นภาระมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเครื่องปรับอากาศ เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหนึ่งเครื่อง จะปล่อยความร้อนออกมาโดยประมาณ250 วัตต์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นความร้อนจากจอมอนิเตอร์ประมาณ180-200 วัตต์ โดยปกติแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์จะไม่ได้ถูกใช้งานตลอดเวลา ดังนั้นผู้ผลิตโปรแกรม จึงมีส่วนที่ให้ผู้ใช้สามารถตั้งโปรแกรมให้จอมอนิเตอร์ปิดโดยอัตโนมัติ เมื่อไม่ได้สัมผัสคีย์บอร์ด หรือเมาส์ในระยะเวลาหนึ่ง

สำหรับผู้ใช้ Window 98 การตั้งเวลาสามารถทำได้ ดังนี้

1) เลือก My computer

2) เลือก Control Panel

3) เลือก Power Management

4) ตั้งค่า Power schemes เป็น Home/Office Desk

   3. ตั้งอุณหภูมิ28 ๐C แล้วเปิดพัดลมเสริม

ความเย็นสบาย หรือความสบายเชิงความร้อน (Thermal Comfort) เกิดขึ้นได้จากการมีปัจจัยหลัก 3 ประการที่สมดุลกัน คือ

1) อุณหภูมิ

2) ความชื้นสัมพัทธ์

3) ความเร็วลม

หากต้องการระดับความสบายเท่าเดิม เมื่อปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนก็สามารถเปลี่ยนปัจจัยอื่นเป็นการทดแทนได้การตั้งอุณหภูมิในห้องสูงขึ้น จะประหยัดพลังงานได้ โดยปกติแล้วก็จะตั้งได้สูงสุดประมาณ 25-26 C มิฉะนั้นจะร้อนเกินไป แต่ถ้าเราเปิดพัดลมช่วยเพิ่มความเร็วลมในห้อง เราจะสามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงถึง 28-30 C โดยยังเย็นสบายเหมือนเดิม (มีระดับความสบายเชิงความร้อนเท่ากัน) โดยจะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก

     4. นำตู้มาตั้งชิดผนังด้านตะวันออกหรือตะวันตก

ผนังด้านที่มีความร้อนเข้ามามากทีสุดคือ ด้านตะวันออก และตะวันตก นอกจากความร้อนที่ผ่านผนังเข้ามาแล้ว เวลาที่แสงอาทิตย์ส่องถูกผนัง จะทำให้ผนังมีอุณหภูมิร้อนขึ้นมาก และจะแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคน ซึ่งจะทำให้คนรู้สึกร้อนขึ้น แม้อุณหภูมิในห้องจะเท่าเดิม ในห้องที่มีสภาพนี้จะต้องตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ประมาณ 21-22 C จึงจะรู้สึกเย็นสบาย แต่เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น การนำตู้ไปตั้งชิดผนัง จะช่วยป้องกันการแผ่รังสีความร้อนจากผนังได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ ในห้องที่ผนังห้องไม่ร้อน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 C ก็จะเย็นสบายเพียงพอ นอกจากป้องกันการแผ่รังสีความร้อนจากผนังแล้ว การมีตู้ตั้งชิดผนัง ยังเสมือนว่ามีผนังหนาขึ้น จึงเป็นการช่วยลดความร้อนที่ผ่านผนังเข้ามาได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การนำตู้ไปตั้งติดผนังห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก

ผนังด้านนั้นมีกระจกด้วย จะทำให้อุณหภูมิภายในตู้สูงกว่าอุณหภูมิห้อง ดังนั้น จึงควรระมัดระวังกรณีที่สิ่งของภายในตู้ไม่สามารถทนความร้อนได้

    5. ปิดแอร์เมื่อไม่ใช้และอย่าเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ในขณะปิดแอร์

ระบบปรับอากาศ (แบบน้ำเย็น) ใช้พลังงานประมาณ 1 หน่วยต่อตันต่อชั่วโมง ตัวอย่างเช่นเครื่องปรับอากาศขนาด 5 ตัน เปิดใช้งาน 4 ชั่วโมง จะใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 1 x 5 x 4 = 20 หน่วย คิดเป็นเงินประมาณ 20 x 3= 60 บาท (ค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3 บาทต่อหน่วย) ในอาคารทั่วไปๆ ค่าไฟฟ้าที่จ่ายไปกว่าครึ่งหนึ่งเป็นค่าไฟของระบบปรับอากาศ การปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่ใช้ห้องปรับอากาศจะสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ในขณะที่ปิดเครื่องปรับอากาศนั้น จะต้องไม่เปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้ มิฉะนั้นความร้อนและความชื้นจากภายนอกจะเข้าไปในห้องปรับอากาศและจะสะสมอยู่ที่ พื้น, ผนัง, เฟอร์นิเจอร์, พรม, กระดาษ, ผ้าม่านฯลฯ เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศครั้งต่อไปเครื่องปรับอากาศก็จะต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อดึงเอาความร้อนและความชื้นนี้ออกไป ซึ่งจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่องเสียอีก

    6. ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออกนอกห้องปรับอากาศ

อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดจะปล่อยความร้อนออกมา เท่ากับพลังงานไฟฟ้าที่อุปกรณ์นั้นใช้ ดังนั้น ภาระส่วนหนึ่งที่สำคัญของเครื่องปรับอากาศจึงเกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้องปรับอากาศ หากเราสามารถลดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องปรับอากาศโดยการย้ายออกไปตั้งไว้นอกห้องปรับอากาศได้ก็จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่มักมีอยู่ในห้องปรับอากาศแต่สามารถย้ายออกไปได้ เช่น

1) ตู้เย็น

2) ตู้ทำน้ำเย็น

3) เครื่องถ่ายเอกสาร

4) หม้อต้มน้ำร้อน หรือเครื่องชงกาแฟ

5) ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

6) หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

7) ฯลฯ

    7. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไฟแสงสว่างที่ไม่จำเป็น

เครื่องใช้ไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้าแสงสว่าง จะปล่อยความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศ เท่ากับพลังงานที่อุปกรณ์ไฟฟ้าและหลอดไฟใช้ และความร้อนนั้นก็จะกลายเป็นภาระของเครื่องปรับอากาศ และต้องเสียพลังงานในการนำความร้อนนี้ทิ้งออกไปข้างนอกอีก จะเห็นได้ว่า การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไฟฟ้าแสงสว่าง ในห้องปรับอากาศจะเป็นการเสียค่าไฟสองต่อ คือ

– เสียค่าไฟที่อุปกรณ์หรือหลอดไฟใช้

– เสียค่าไฟที่เครื่องปรับอากาศเพื่อนำความร้อนออกไปทิ้งนอกห้อง

ดังนั้น การปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไฟแสงสว่างที่ไม่จำเป็นในห้องปรับอากาศจึงเป็นการประหยัดสองต่อ คือ ประหยัดที่ตัวอุปกรณ์และประหยัดที่เครื่องปรับอากาศ

     8. งดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ

เมื่อมีการสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศก็จะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ เพื่อระบายควันและกลิ่นออกจากห้องการระบายอากาศส่วนหนึ่งออกจากห้อง ก็จะทำให้มีอากาศจากภายนอกใหลเข้ามาในห้องทดแทนซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น หากงดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศหรือเปิดเพียงช่วงสั้นๆ ก็เพียงพอซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานได้ นอกจากนี้ การงดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ ยังลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ จึงทำให้มีฝุ่นละอองไปจับที่คอยล์น้อยเครื่องปรับอากาศ จึงมีประสิทธิภาพสูงอยู่เสมอ และช่วยยืดระยะเวลาการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศไปได้

     9. สวมเสื้อผ้าบางๆ

การสวมเสื้อผ้าบางๆ จะช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น จึงสามารถตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นได้ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ดั้งนั้น จึงควรรณรงค์ให้ผู้ที่ทำงานในห้องปรับอากาศหันมาใส่เสื่อผ้าบางๆ ไม่ควรใส่สูทเพื่อที่จะตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นได้

    10. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท

หากปิดประตูหรือหน้าต่างไม่สนิท จะทำให้มีอากาศร้อนชื้นจากภายนอกรั่วใหลเข้าไปในห้องได้ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น และสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น มาตรการนี้ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่น่าจะต้องกล่าวถึงอีกแต่กลับเป็นปัญหาที่พบบ่อย และละเลยกันมากที่สุด นอกจากการปิดประตูหน้าต่างไม่สนิทรอยรั่วรอบๆ กรอบ

ประตูและหน้าต่างก็เป็นปัญหาที่พบบ่อยๆ หากพบว่ามีรอยแยกและมีลมรั่วจากภายนอกเข้ามา ก็ควรดำเนินการแก้ไขเพื่อช่วยกันประหยัดพลังงาน

    11. ปิดผ้าม่าน

การปิดผ้าม่าน จะช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากภายนอกเข้ามาสู่ตัวคนโดยตรงได้ และยังช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากผิวกระจกมาสู่ตัวคนด้วย ซึ่งทำให้ไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติเพื่อชดเชยการแผ่รังสีความร้อนจึงช่วยประหยัดพลังงานได้ นอกจากลดการแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคนแล้ว ผ้าม่านยังช่วยสะท้อนความร้อนกลับออกไปภายนอกได้ด้วย (ถึงแม้ว่าจะไม่มากนัก) จึงเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง

 


 

วิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง

by LangAIR Took Comments: 0

ล้างแอร์บ้านง่าย ๆ ลูกค้าก็ล้างได้แบบไม่ต้องง้อช่างมืออาชีพ

  • สำหรับเมืองร้อนแบบบ้านเรานี้แทบจะเรียกได้ว่าแอร์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแทบทุกครัวเรือนเลยก็ว่าได้ เมื่อใช้งานบ่อย ๆ เข้ามันก็มักจะมีอาการแอร์ไม่เย็นตามมา ซึ่งหากไม่ทราบสาเหตุเบื้องต้นแล้วมันก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องโทรเรียกช่างมาดูและล้างแอร์ให้ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วอาจมีสาเหตุเพียงแค่มาจากสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เข้าไปอุดตันตามแผ่นกรองเท่านั้น เนื่องจากในการใช้งานนั้นอากาศภายในห้องจะหมุนเวียนผ่านเข้าไปยังเครื่องปรับอากาศและผ่านแผ่นกรองเพื่อดักจับเอาฝุ่นละอองออกไปจากอากาศนั้น ผลก็คือลมที่พัดก็เบาลง ความเย็นจากแอร์ก็กระจายได้ไม่ทั่วถึง วิธีการง่าย ๆ ก็เพียงแค่ถอดออกมาล้างแผ่นกรองเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้วน้ำยาแอร์หากไม่รั่วจริง ๆ ก็ยังไม่จำเป็นต้องเติมให้สิ้นเปลืองเลย ค่าเติมน้ำยาแต่ละครั้งก็แพงหลายร้อยอยู่ ซึ่งหากคุณล้างเป็นมันก็ช่วยประหยัดได้มากทีเดียว
  • เรามาดูวิธีการล้างแอร์แบบง่าย ๆ สำหรับให้คุณแม่บ้านได้สามารถนำวิธีการนี้ไปใช้ในการล้างแอร์ที่บ้านกัน สำหรับการล้างเบื้องต้นที่ไม่ต้องใช้ความซับซ้อนนั้นคุณอาจจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมซักนิด อย่างเช่นแปรงสีฟันใช้แล้วหรือฟองน้ำล้างจานที่ตัดเป็นก้อนเล็ก ๆ พร้อมกับน้ำยาล้างแอร์เอนกประสงค์ซึ่งเดี๋ยวนี้ทำออกมาเป็นสเปรย์โฟมกระป๋องหาซื้อได้ง่ายแล้ว เริ่มต้นด้วยการตัดสวิตช์ไฟของแอร์ที่ปกติมักติดตั้งเป็นเบรกเกอร์อยู่ไม่ห่างจากแอร์มากนักให้ดึงสลักลงมาที่ off ก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้มีกระแสไฟไหลในวงจร จากนั้นก็ทำการถอดหน้ากากแอร์ด้านหน้าออก จะพบกับแผ่นกรองโปร่ง ๆ อยู่ สังเกตไม่ยากเลยเพราะมันจะมีฝุ่นเกาะเกรอะกรังไปหมด ค่อย ๆ ถอดออกมาระวังฝุ่นด้วย ทางที่ดีให้ใส่หน้ากากอนามัยไว้จะดีที่สุด ใช้แปรงสีฟันแปรงเบา ๆ ค่อย ๆ ให้เศษฝุ่นหลุดออกไป แต่หากหนามากก็อาจใช้ฟองน้ำค่อย ๆ ถูก็ได้ เมื่อสะอาดดีแล้วก็นำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  • บริเวณคอยล์เย็น กับแผ่นกรองที่เราถอดออกมานั้นให้ทำการกำจัดการฝุ่นหรือดูดฝุ่นออกไป ใช้น้ำยาโฟมล้างแอร์ฉีดทิ้งไว้ ฉีดให้ทั่วแต่อย่าให้เยอะมาก รอไว้ราว 1 ชั่วโมงเพื่อให้น้ำยาล้างแอร์ได้ทำหน้าที่ของมัน  เมื่อครบกำหนดแล้วก็ทำการประกอบแผ่นกรองเข้าที่เช่นเดิม ปิดหน้ากากครอบให้เรียบร้อย เปิดแอร์ทิ้งไว้ซักชั่วโมงหนึ่งเพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของคอยล์เย็น เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย งานล้างแอร์ง่าย ๆ ที่คุณแม่บ้านก็ทำเองได้ แต่ให้ลองสังเกตดูว่าหากล้างแล้วแอร์ยังไม่ค่อยเย็นก็อาจจำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์แล้ว ซึ่งงานที่วุ่นวายขึ้นเช่นนี้เรียกช่างดีกว่านะ แต่อย่างน้อยในแต่ละครั้งที่คุณล้างเองก็ประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ตั้งหลายร้อยแล้วล่ะ

  • ยินดีให้บริการลูกค้าทุกท่านค่ะ – ถ้าท่านไม่มีเวลาและไม่สะดวกในการจัดการล้างแอร์ด้วยตัวท่านเอง ทางเรายินดีรับใช้และให้บริการลูกค้าทุกท่านอย่าง รวดเร็ว และ เป็นกันเอง ในราคาย่อมเยาว์ ด้วยทีมงานช่างล้างแอร์ ซ่อมแอร์ มืออาชีพ ทำงานเรียบร้อย บริการเป็นกันเอง ดูแลใส่ใจงาน ล้างแอร์ ซ่อมแอร์ ให้ทุกท่านเป็นอย่างดี มีการรับประกันการซ่อมแอร์ ติดต่อมาที่เราได้ทุกวันและเวลานะคะ รับบริการ ล้างแอร์บ้าน ซ่อมแอร์บ้าน ติดตั้งแอร์บ้าน ย้ายแอร์บ้าน ซ่อมตู้เย็น ซ่อมตู้แช่ ที่ โทร : 02-897-1224-5 , 02-897-1522 ต้องการล้างแอร์เป็นจำนวนมาก โรงงาน อพาร์ทเม้น คอนโด บริษัท สำนักงาน โรงแรม ขอราคาพิเศษได้ที่ โทร : 089-166-8765 เปิดให้บริการทุกวัน เพื่อดูแลและคอยให้บริการลูกค้าผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่าน ค่ะ

 


 

ล้างแอร์รายปี

by LangAIR Took Comments: 0

รับล้างแอร์รายปี ราคาล้างแอร์ถูกที่สุด 1,200 บาท.- / ปี เท่านั้น

 

บริการ ล้างแอร์รายปี 1 ปี / 6 ครั้ง ( ล้างใหญ่ 2 ครั้ง ล้างย่อย 4 ครั้ง )

ขั้นตอนการทำงาน : (ล้างใหญ่ 2 ครั้ง)

ครั้งที่ 1 , 4 ( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีดและเทอร์โมรูมและระบบเครื่องปรับอากาศ
8. เช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องปรับอากาศ (Clean Body)

ครั้งที่ 1 , 4 ( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

1. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
2. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
5. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
6. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้าของระบบเครื่องปรับอากาศ

ขั้นตอนการทำงาน : (ล้างย่อย 4 ครั้ง)

ครั้งที่ 2,3,5,6 ( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. เช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องปรับอากาศ
2. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย
4. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
5. ตรวจเช็คระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

ครั้งที่ 2,3,5,6 ( ล้างย่อย ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

1. เป่าทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วย
2. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
5. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
6. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้าของระบบเครื่องปรับอากาศ

ขอบเขตในการทำงาน

ระยะเวลาการทำงาน 1 ปี 6 ครั้ง ( ล้างใหญ่ 2 ครั้ง ล้างย่อย 4 ครั้ง )

ลูกค้าสามารถกำหนดวันเวลาในการล้าง ได้ตามความต้องการ

ราคานี้ไม่รวมอุปกรณ์การซ่อมบำรุง ในกรณีเครื่องปรับอากาศเสีย

เติมน้ำยาแอร์ ราคาพิเศษเพียง ปอนด์ละ 10 บาท จากราคาปกติ

ราคาอะไหล่และบริการ รับส่วนลดพิเศษ 10 เปอร์เซ็นต์ จากราคาปกติ

ลูกค้าสามารถเรียกใช้บริการได้ตลอดเวลา

กรุณาแจ้งล่วงหน้า 1-2 วัน ทำการ

 

** การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า
ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านครับ

 

เย็นสบาย เซอร์วิส แอร์ | บริการ ล้างแอร์รายปี

 

ราคา ล้างแอร์รายปี
จำนวน/เครื่อง ราคา ระยะเวลา
1 – 10 1,200.- 1 ปี
11 – 20 1,180.- 1 ปี
21 – 30 1,160.- 1 ปี
31 – 40 1,140.- 1 ปี
41 – 50 1,120.- 1 ปี
51 – 60 1,100.- 1 ปี
61 – 70 1,080.- 1 ปี
71 – 80 1,060.- 1 ปี
81 – 90 1,040.- 1 ปี
** ต้องการล้างจำนวนมาก กรุณาติดต่อ ศูนย์บริการ **
| ขอใบเสนอราคาล้างแอร์รายปี |  ส่งข้อมูล ล้างแอร์รายปี  |  ศูนย์บริการโทร : 0-2897-1522 , 089-166-8765

 

 

ล้างแอร์รายปี 1,200 บาท , ล้างแอร์ ฿300 ติดต่อ : 02-897-1522,089-166-8765 | พร้อมทีมงาน ซ่อมแอร์ ด่วน!! ภายใน 1 ชม. | ซ่อมแอร์ ทุกอาการเสีย 02-897-1522,089-166-8765 ราคาย่อมเยาว์ | ศูนย์ซ่อมแอร์ ด่วน!!! 02-897-1522,089-166-8765 | แอร์เสีย ซ่อมด่วน ราคาไม่แพง | แอร์รั่ว แอร์ไม่เย็น แอร์เป็นน้ำแข็ง คอมเพรสเซอร์เสีย แอร์เสียงดัง แจ้งศูนย์บริการ 02-897-1522 แอร์ไม่เย็น แอร์เย็นน้อย แอร์เสีย ซ่อมตู้เย็น ซ่อมตู้แช่ ซ่อมเครื่องซักผ้า ล้างแอร์ ย้ายแอร์ ถอดแอร์ แอร์เสีย แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่มีความเย็น แอร์เย็นน้อย แอร์บ้าน แอร์โรงงาน แอร์สำนักงาน ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องซักผ้า ย้ายแอร์ ติดตั้งแอร์ ขายแอร์ เติมน้ำยาแอร์ ขายแอร์ ซื้อแอร์ แอร์เหม็น แอร์มีกลิ่น แอร์ไม่เย็น แอร์ไม่ทำงาน แอร์เสียงดัง แอร์มีแต่ลม เปลี่ยนคอม เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ แอร์รั่ว แอร์เป็นน้ำแข็ง แอร์กินไฟ แอร์เย็นเกิน รีโมทเสีย แอร์เปิดไม่ติด ซ่อมแอร์ คอมพิวเตอร์ ข่าว โปรแกรม ร้อน เย็นสบาย สบาย พันทิพย์ สนุก ไทยรัฐ ปีใหม่ สงกรานต์ ข่าวเด็ด คอมมือสอง ไฟฟ้า น้ำ เทคนิค แฟชั่น เสื้อผ้า กางเกง สร้อย ต่างหู แหวน เครื่องประดับ ฯลฯ ผลบอลสด ฟุตบอล สกอร์ ผลการแข่งขัน ข่าววันนี้ แอร์ไม่เย็น ซ่อมแอร์ด่วน ซ่อมแอร์เสีย แอร์ไม่ติด ล้างแอร์ ล้างแอร์ด่วน ล้างแอร์ ล้างแอร์ ล้างแอร์ ศูนย์บริการล้างแอร์ ศูนย์บริการซ่อมแอร์ ซ่อมแอร์บ้าน ซ่อมแอร์ออฟฟิต ซ่อมแอร์โรงงาน

การล้างแอร์บ้านมีกี่แบบ

by LangAIR Took Comments: 0

การล้างแอร์บ้านมีทั้งหมดกี่แบบกันแน่ ?

เราขอสรุปให้ทุกท่านเกิดความเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

การล้างแอร์บ้านมีด้วยกัน 4 แบบ

1. การล้างแอร์บ้าน(ย่อยแอร์)

ส่วนที่ 1. การล้างแผ่นกรองฝุ่น เพื่อช่วยให้แอร์มีการถ่ายเทลมได้สะดวกเพราะฝุ่นที่เกาะติดกับแผ่นกรองเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอร์คุณจะมีอาการแปลก ๆ ตามมาเรื่อย ๆ ควรหมั่นล้างทำความสะอาดแอร์ด้วยตัวเองได้ นำแผ่นกรองฝุ่นออกมาล้าง ซัก 1-2 อาทิตย์ ล้างซักครั้ง จะช่วยคุณประหยัดค่าไฟฟ้าไปโดยไม่รู้ตัวเลยหล่ะ ส่วนที่ 2. ล้างคอนเดนซิ่งแอร์ (แอร์ตัวนอก) เจ้าตัวนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นตัวที่ต้องดูดความร้อนออกมาจากภายในห้อง และนำมาทิ้งออกข้างนอกผ่านตัวคอนเดนซิ่ง ถ้าเจ้าตัวคอยล์ร้อนด้านนอก สกปรกมากจนทำให้การระบายความร้อนของแอร์ไม่ดี หรือ ดีไม่เท่าที่ควร สิ่งที่ตามมาจะจุ๊กจิก มาก ๆ เช่น ใช้งานแอร์อยู่ เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวไม่เย็น บางทีก็ไม่เย็นไปซะดื้อ ๆ ทิ้งไว้ซักพัก ก็กลับมาเย็น แต่ก็เย็นได้พักเดียวก็ไม่เย็นอีกแล้ว

 

2. การล้างแอร์บ้านด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง

คือ การฉีดล้างทำความสะอาดตัวคอลย์เย็นด้านใน ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง ล้างฟิวเตอร์ ล้างอุปกรณ์ของแอร์ทุกชิ้นที่สามารถล้างได้ และทำการเป่า หรือ ผึ่งไว้ให้แห้ง เพื่อรอนำมาประกอบใส่เมื่อทำการล้างแอร์บ้านทุกชิ้นส่วนเรียบร้อย ทำการล้างทำความสะอาดคอนเดนซิ่ง (แอร์ตัวนอก) ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง ขั้นตอนการล้างแอร์บ้าน แอร์คอยล์เย็นตัวที่อยู่ด้านในห้อง ให้ทำการถอดหน้ากาก และอุปกรณ์ ต่าง ๆ ออกมาให้เหลือ แต่แฟนคอยล์ เพื่อเตรียมทำการล้างแฟนด์คอยล์ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง โดยใช้ผ้าคลุมล้างตัวแอร์ด้านใน เพื่อทำการฉีดน้ำแรงดันสูง ล้างทำความสะอาดแผงฟิลคอยล์ เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกที่เกาะติดอยู่ตามรังผึ้งแอร์ ฉีดล้างโบว์หางกระรอก ตัวสีดำด้านในตัวแอร์ เจ้าตัวนี้ก็จะมีฝุ่นจับอยู่ตามซี่ของใบพัด ต้องทำการฉีดน้ำแรงดันสูง ล้างทำความสะอาดให้หมดจด เพราะจะทำให้การกวักลมมีความสม่ำเสมอและไม่มีเสียงรบกวนเวลาแอร์ทำงาน

 

3. การล้างแอร์บ้านโดยใช้น้ำยาล้างคอยล์แอร์

เพื่อช่วยกัดเซาะสิ่งสกปรกที่ติดฝังแน่น อยู่ในแผงรังผึ้งแอร์ ตัวคอยล์เย็น หรือ คอยล์ร้อน เนื่องจากใช้ปั้มฉีดน้ำแรงดันสูงก็ยังไม่สามารถทำให้สิ่งสกปรกที่เกาะอยู่หลุดออกไปจนหมดได้ ช่างแอร์จึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้น้ำยาล้างคอยล์แอร์มาช่วย กัดเซาะสิ่งสกปรกที่ฝังแน่นติดอยู่ในรังผึ้งของแอร์ เทราดไปในแผงรังผึ้งแอร์ ทิ้งระยะเวลาไว้ซัก 10-15 นาที เพื่อให้น้ำยาล้างคอยล์แอร์ ทำความสะอาดกัดเซาะสิ่งสกปรกที่ติดฝังแน่นอยู่นาน หลุดร่อนออกมา แล้วจึงใช้ปั้มน้ำแรงดันสูง จัดการฉีดล้างทำความสะอาดเครื่องแอร์อีกครั้ง จนแผงคอยล์แอร์ขาวใหม่ดูสะอาดเหมือนแอร์เพิ่งซื้อมาติดใหม่ เมื่อล้างแอร์เสร็จแล้ว ช่างก็ทำการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ถอดมาเข้าที่เดิม แค่นี้ ก็เป็นอันจบกระบวนการ

 

4. การตัดแอร์ออกมาล้างนอกสถานที่

เป็นการล้างแอร์ที่เรียกว่าขั้นสูงสุด สุดท้าย จริง ๆ จะทำในกรณีที่แอร์คุณใช้มานาน 3-5 ปี จนแอร์เกินอาการไม่ปกติหลาย ๆ อย่าง เช่น มีเสียงดังให้น่ารำคาญตลอด กำลังลมที่ออกมาจากตัวแอร์ไม่กระจายออกเต็มกำลัง เหมือนอั้นอยู่ในตัวแอร์ แอร์เปิดแล้วมีกลิ่นอัปชื้นตลอดเวลา แอร์มีกลิ่นเหม็นเป็นบางที แอร์ไม่ค่อยเย็น เปิดไว้นานกว่าจะเย็น แอร์เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง แอร์เย็นไม่ฉ่ำ แอร์เย็นชืดชืด รู้สึกเหนียวตัวไม่สดชื่น แอร์กินไฟอย่างมาก เพราะค่าไฟขึ้นหากเราไม่ได้สังเกตุ และ สุดท้ายจะทำให้ แอร์ไม่เย็นเลย อาการดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้น ต้องแก้ไขด้วยการตัดแอร์ออกมาจากห้องที่ติดตั้งอยู่ และนำมาแกะชิ้นส่วนออกเป็นชิ้น ๆ จะว่าไปก็คือ แกะทุกชิ้นส่วนของแอร์ให้เหลือแต่รังผึ้งแอร์เลยทีเดียว และน้ำมาแช่น้ำยาล้างคอยล์ ทิ้งไว้ซักระยะหนึ่ง เพื่อให้น้ำยาล้างคอยล์ ทำการกัดเซาะคราบสกปรกฝังแน่นอยู่นานนับปีออกให้หมด หลังจากนั้น จึงใช้ปั้มน้ำแรงดันสูง จัดการฉีดล้างทำความสะอาดรังผึ้งแอร์อีกครั้ง จนแผงคอยล์แอร์ขาวใหม่ดูสะอาดเหมือนแอร์เพิ่งซื้อมาติดใหม่ เมื่อล้างรังผึ้งแอร์เสร็จแล้ว ช่างก็ทำการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ถอดมาทุกชิ้นเข้าที่เดิม เพื่อรอนำไปติดตั้งในตำแหน่งที่ถอดมา พร้อมทั้งทำการล้างระบบความเย็น แว๊กคั่มระบบ และเติมน้ำยาแอร์ใหม่เต็มระบบ แอร์คุณก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และนำความเย็นออกมาได้เต็มพลังเหมือนแอร์ใหม่ยังไงอย่างนั้น แค่นี้ ก็เป็นอันจบกระบวนการ

ราคาล้างแอร์บ้านรายครั้งแบบติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU) ธรรมดา อินเวอร์เตอร์
9,000 – 18,000 400.- 500.-
18,001 – 24,000 500.- 600.-
24,001 – 30,000 600.- 700.-
30,001 – 38,000 700.- 800.-
ดูราคาค่าล้างแอร์อินเวอร์เตอร์ เริ่มต้น 500.- บาท

นัดล้างแอร์ออนไลน์  |  ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

รายละเอียดการทำงาน

( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีด เทอร์โมรูม และ รีโมทควบคุมความเย็น (CONTROL)

( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า และ การทำงานของคอนเดนซิ่งยูนิต

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

** การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านค่ะ

 


อัตราค่าบริการล้างย่อยแอร์

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างย่อยแอร์แบบติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU) ราคา ระยะเวลา
20,001 – 48,000 300.- 15-30 นาที
กรณีแอร์เสียเก็บค่าตรวจเช็ค 300.- 15-30 นาที
* รวมค่าบริการ / ค่าตรวจเช็ค ค่าเดินทาง / ค่าล้างย่อยแอร์ / แล้วแต่กรณี

รายละเอียดการล้างย่อยแอร์

( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter)
2. ดูดและเป่าทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจเช็ค รอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น และใบพัด
5. ตรวจเช็คชุดควมคุมระบบแอร์เทอร์โมรูมและรีโมท

( ล้างย่อย ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

6. ดูดและเป่าแผงครีบคอนเดนซิ่งยูนิตด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
7. ตรวจวัดแรงดันของระบบน้ำยา ที่คอนเดนซิ่ง
8. ตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด
9. ตรวจเช็คการทำงานของมอเตอร์และใบพัดลมคอยล์ร้อน
10. ตรวจเช็คการทำงาน ของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

** กรณีล้างย่อย คิดค่าล้างย่อย 300.- บาท แอร์ขนาดใหญ่เกิน 20,000 BTU | ค่าบริการตรวจเช็ค 300.- บาท กรณีแอร์เสีย ไม่ได้ล้างแอร์ | – ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามหน้างานจริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดราคาค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้าทราบก่อนการดำเนินการทุกครั้ง ขอบคุณที่ไว้วางใจใช้บริการเย็นสบาย ค่ะ !!

 


 

ควรล้างแอร์เมื่อไหร่ดี

by LangAIR Took Comments: 0

   หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่า ในการล้างแอร์บ้านควรจะล้างกี่เดือนครั้งดี เพราะเห็นช่างส่วนใหญ่ก็บอกให้ล้างทุกๆ 6 เดือน แต่บางทีพึ่งล้างไม่กี่เดือนก็เริ่มไม่ค่อยเย็นแล้ว ซื่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนนั้น ลองพิจารณาดังนี้ครับ

  • ปัจจัยหนึ่งก็คือ เราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยครั้งและนานแค่ไหน ยิ่งเปิดบ่อยๆหรือเปิดนานๆ ก็ยิ่งต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น เพราะขณะที่แอร์กำลังทำงาน จะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องเพื่อหมุนเวียนแล้วพ่นลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไป แล้วไปหมักหมมอยู่ภายในตัวเครื่อง และจะทำให้ระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เเอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น
  • อีกปัจจัยหนึ่งก็คือตำแหน่งที่อยู่อาศัยของท่าน ถ้าหากอยู่ติดถนน หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้าง เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นตามปริมาณฝุ่นละออง (สังเกตง่ายถ้าด้านหลังของคอยล์ร้อนเริ่มมีฝุ่นจับมากก็ควรล้างทันที อย่าปล่อยให้อุดตันจนอากาศไหลเวียนได้ไม่สะดวก)
  • พื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับการก่อสร้าง ก็จะทำให้มีสิ่งสกปรกอุดตันเร็วเช่นกัน
    ยิ่งถ้าบ้านติดกับการก่อสร้างถนนด้วยแล้วนั้น แนะนำความล้างแอร์ทุก 2-3 เดือนครั้งครับ เพราะแอร์จะสกปรกเร็วมาก ๆ
  • ที่อยู่อาศัยภายในห้องมีการใช้แป้งเยอะหรือไม่ หรือที่นอนเป็นฝุ่นเยอะหรือไม่ หรือมีสิ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องล้างแอร์เร็วขึ้นนะครับ


ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ ด้วยน้ำเปล่าทุก ๆ อาทิตย์ (ทำให้แห้งก่อนนำไปใส่) เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง (ช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ และยังช่วยลดไรฝุ่นละอองที่ลมเป่าออกมาจากตัวแอร์ในห้องได้ด้วย)

ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ และยังช่วยทำให้อากาศภายในห้องสะอาด เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย

ราคาล้างแอร์รายครั้งแบบติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU) ราคา ระยะเวลา
ขนาด 9,000 – 20,000 บีทียู 300.- 1 ช.ม.
ขนาด 21,000 – 30,500 บีทียู 400.- 1 ช.ม.
ขนาด 31,000 – 48,000 บีทียู 500.- 1.5 ช.ม.
เพื่อสุขภาพที่ดี อย่าลืมล้างแอร์เป็นประจำนะคะ

|  นัดล้างแอร์ออนไลน์  |  ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

 

รายละเอียดการทำงาน

( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีดและเทอร์โมรูม

( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

** การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านครับ

 

หน้าร้อนทีไร ทำไมแอร์ไม่เย็น

by LangAIR Took Comments: 0

ทำไม! หน้าร้อนทีไร แอร์บ้านจะไม่เย็น

ถ้ามีการถามว่า ประตูห้องน้ำทำไมต้องเป็นบานเกล็ด มักจะพบว่าไม่มีใครตอบเหตุผลที่ชัดเจนได้ เป็นการทำตามความเคยชินซะมากกว่า สมัยก่อน ห้องน้ำอยู่ต่างหากจากบ้าน การทำช่องระบายอากาศจึงมีเหตุผล แต่ในปัจจุบันห้องน้ำมักจะอยู่ในบ้าน พอประตูมีเกล็ดระบายอากาศ กลิ่นและความชื้นจากห้องน้ำจึงระบายเข้ามาในบ้าน แถมความเป็นส่วนตัวยังหายไปด้วย ห้องน้ำควรจัดให้มีการระบายอากาศออกนอกบ้าน ถ้าทำได้อย่างนี้ ประตูห้องน้ำ ควรจะเป็นบานทึบครับ

 

แอร์เบอร์ 5 ดีอย่างไร

แอร์เบอร์ 5 คือแอร์ที่ผ่านการรับรองแล้วว่ากินไฟน้อย หรือมีค่า EER 10.6 บีทียู/ชั่วโมง/วัตต์ ทำให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบและเลือกซื้อเครื่องแอร์ที่กินไฟน้อย ในปัจจุบัน ผู้ผลิตส่วนใหญ่ก็มีแอร์เบอร์ 5 ให้เลือกซื้อหลายรุ่น บางรายไปถึงแอร์เบอร์ 6 ก็มี ในอนาคต เครื่องแอร์ที่ขายในท้องตลาดจะต้องเป็นแอร์เบอร์ 4 หรือมีค่า EER 9.6 บีทียู/ชั่วโมง/วัตต์ เป็นอย่างน้อย

 

ห้องนอนขนาด 20 ตารางเมตร ใช้แอร์ขนาดไหนดี

โดยทั่วไป ควรจะใช้ขนาดไม่เกิน 1 ตันความเย็นหรือ 12000 บีทียู/ชั่วโมง การที่ใช้เครื่องที่โตเกินไป นอกจากจะกินไฟแล้ว ความเย็นยังไม่สม่ำเสมอด้วย เพราะเครื่องจะตัดต่อบ่อย และความชื้นในห้องจะสูง การเลือกเครื่องแอร์สำหรับห้องนอน ควรให้ความสำคัญกับการใช้งานในตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน เพราะส่วนใหญ่เราใช้งานตอนกลางคืน เพื่อให้เครื่องมีขนาดพอดี ทำให้อุณหภูมิและความชื้นในขณะนอนพอดี เราก็หลับสบาย หากห้องนอนขนาดนี้ ใช้แอร์ 1 ตันความเย็นแล้ว ไม่เย็นเลย สงสัยต้องไปตรวจสอบแล้วหละว่า ว่าควรจะป้องกันความร้อนและทำฉนวนป้องกันความร้อนอย่างไร

 

แอร์ที่มีเครื่องฟอกอากาศในตัวดีหรือเปล่า

การแข่งขันในตลาดเครื่องปรับอากาศนั้นสูงมาก ผู้ผลิตยี่ห้อต่างๆจึงต้องงัดเอากลยุทธใหม่ๆ ออกมานำเสนอให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยนี้ ประชาชนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศจึงจับจุดเครื่องฟอกอากาศนี้มาเป็นจุดขาย เพราะไปเห็นสถิติว่าเครื่องฟอกอากาศขายดี เลยเอาเครื่องฟอกอากาศมาบวกกับแอร์เสียเลย เรื่องนี้ ในฐานะผู้ซื้ออย่าไปซีเรียสมาก คิดว่าอีกซักพัก คงจะซาลงไปเอง เหมือนเรื่องเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ที่ใช้ไปสักพัก ก็ใช้ไม่ได้ และไม่เห็นข้อแตกต่างทางด้านสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างไร

 

อลูมิเนียมฟอยล์ช่วยป้องกันความร้อนได้จริงหรือไม่

การติดตั้งอลูมิเนียมฟอยล์ใต้กะเบื้องซีเพค ช่วยลดความร้อนได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากการสะท้อนความร้อน และการที่เกิดช่อว่างอากาศระหว่างแผ่นฟอยล์และแผ่นกระเบื้อง โดยยังได้อานิสงในการลดปัญหาหลังคารั่ว เนื่องจากแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์กันน้ำ อย่างไรก็ตาม การป้องกันความร้อนจากหลังคาที่ดีที่สุดคือการใช้ฉนวนใยแก้วที่หุ้มด้วยอลูมิเนียมฟอยล์หนาสัก 3 นิ้วติดตั้งที่ฝ้าเพดาน อย่างนี้ ชัวร์กว่าเยอะครับ

 

แอร์นอกกับแอร์ที่ผลิตในประเทศ อย่างไหนดีกว่ากัน

โปรดทราบว่า เครื่องแอร์ที่ขายกันอยู่ในท้องตลาดไม่ว่าจะมียี่ห้อเป็นญี่ปุ่น หรืออเมริกัน ล้วนแล้วแต่ผลิตในประเทศทั้งสิ้น ยี่ห้อเป็นญี่ปุ่นบางยี่ห้อ ไม่มีในญี่ปุ่นครับ มีแต่ในประเทศไทย ยี่ห้ออเมริกันบางยี่ห้อ ในอมริกาก็ไม่มีแล้ว มีแต่ในประเทศไทยครับ ในปัจจุบัน ประเทศไทยส่งออกเครื่องปรับอากาศหลายหมื่นล้านบาทต่อปีแอร์ไทยดี และมีมาตรฐานสูง สนับสนุนแอร์ไทยกันเถอะครับ

 

คอมเพรสเซอร์แบบโรตารี่ดีอย่างไร

แอร์ทุกเครื่องมีคอมเพรสเซอร์ในตัว สมัยก่อน คอมเพรสเซอร์มีแต่ชนิดลูกสูบ แต่ในปัจจุบัน มีชนิดโรตารี่ และสครอล โดยทั่วไป คอมเพรสเซอร์ชนิดโรตารี่จะเดินเงียบและกินไฟน้อยกว่า จึงได้รับความนิยมมากขึ้น แต่จะมีขนาดจำกัด ส่วนสครอลเป็นคอมเพรสเซอร์รุ่นใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม และมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นคอมเพรสเซอร์รุ่นใหม่ๆยังมักจะออกแบบให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ปรับรอบหรืออินเวอร์เตอร์ด้วย

 

แอร์ที่ใช้อินเวอร์เตอร์ดีอย่างไร

 สมัยก่อน การทำงานของคอมเพรสเซอร์ ควบคุมด้วยเทอร์โมสตัทที่จะสั่งให้คอมเพรสเซอร์ตัดหรือต่อ การทำงานในลักษณะนี้ ทำให้ช่วงการควบคุมอุณหภูมิอยู่ในช่วงประมาณ 2 องศา และการตัดหรือต่อของคอมเพรสเซอร์เกิดการกระชากของไฟ ดังนั้น จึงเกิดเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าอินเวอร์เตอร์ ที่ควบคุมการทำงานของคอมเพรสเซอร์โดยการปรับรอบของคอมเพรสเซอร์ ทำให้การควบคุมอุณหภูมิสม่ำเสมอขึ้น และไม่เกิดไฟกระชาก ทำให้ประหยัดไฟ สกว ได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาสร้างระบบอินเวอร์เตอร์ในประเทศไทยด้วย เพื่อให้เราสามารถพึ่งตนเองได้

 

เครื่องฟอกอากาศดีหรือไม่

เครื่องฟอกอากาศ มีประโยชน์ในการลดฝุ่นละอองอันเป็นสาเหตุของการสะสมเชื้อโรค กลิ่น อันเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ และโรคภูมิแพ้ เนื่องจากมลภาวะในอากาศสูงขึ้น โดยเฉพาะในเมือง เครื่องฟอกอากาศจึงมีความจำเป็นมากขึ้นสำหรับที่อยู่อาศัยในเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ อย่างไรก็ตาม เครื่องฟอกอากาศมีข้อจำกัดที่ขนาดของพื้นที่ใช้งาน และจะต้องหมั่นเปลี่ยนแผงกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ

 

ควรทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศบ่อยแค่ไหน

การทำความสะอาดแผงกรองอากาศ ควรทำเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และควรล้างแผงคอยล์เป็นประจำอย่างน้อยทุก 6 เดือน จะทำให้แอร์เย็น กินไฟน้อย และไม่เป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค

 

แอร์พัดลมน้ำดีหรือไม่

บางครั้ง เวลาเราไปเดินชมสินค้าตามงานโฮม โชว์ จะเห็นคนขายพัดลมน้ำ เวลาเดินผ่านก็รู้สึกเย็นดี ราคาก็ถูก น่าใช้ พัดลมน้ำพวกนี้ไม่น่าใช้ครับ ที่เรารู้สึกเย็นในงานโฮม โชว์ เพราะในงานติดแอร์อยู่แล้ว พัดลมน้ำ เมื่อนำมาใช้ในบ้าน จะทำให้บ้านชื้น ดีไม่ดี เชื้อราจะตามมาอีกด้วย

 

ระวังอย่าให้แอร์เป่าโดนตัวโดยตรง

ลมที่เป่าออกจากหน้ากากแอร์ โดยปกติจะมีอุณหภูมิ 12-13 องศา ซึ่งเป็นลมเย็นจัด จึงไม่ควรให้เป่าโดนตัวโดยตรง จะไม่สบายเอาง่ายๆ การออกแบบระบบแอร์ที่ดี หน้ากากแอร์จะเป่าลมเย็นให้ผสมกับอากาศในห้องก่อนจึงจะกระทบตัวคน

 

ระวังละอองน้ำจาก Cooling Tower

ละอองน้ำจาก Cooling Tower ที่ใช้ในระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ จะมีแบกทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่า?ลีเจียแนร่า?ซึ่งทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ หากถึงขั้นรุนแรง ก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงควรระมัดระวัง และไม่ควรเข้าใกล้ หรือหายใจละอองน้ำนี้เข้าไป วิศวกรจะต้องระวังในการติดตั้ง เพื่อไม่ให้ละอองน้ำเข้าสู่อาคารได้

 


 

ล้างแอร์ ติดผนัง

by LangAIR Took Comments: 0

อัตราค่าบริการล้างแอร์ แบบติดผนัง


หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่า ในการล้างแอร์บ้านควรจะล้างกี่เดือนครั้งดี เพราะเห็นช่างส่วนใหญ่ก็บอกให้ล้างทุกๆ 6 เดือน แต่บางทีพึ่งล้างไม่กี่เดือนก็เริ่มไม่ค่อยเย็นแล้ว ซื่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนนั้น ลองพิจารณาดังนี้ครับ

  • ปัจจัยหนึ่งก็คือ เราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยครั้งและนานแค่ไหน ยิ่งเปิดบ่อยๆหรือเปิดนานๆ ก็ยิ่งต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น เพราะขณะที่แอร์กำลังทำงาน จะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องเพื่อหมุนเวียนแล้วพ่นลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไป แล้วไปหมักหมมอยู่ภายในตัวเครื่อง และจะทำให้ระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เเอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น
    ล้างแอร์
  • อีกปัจจัยหนึ่งก็คือตำแหน่งที่อยู่อาศัยของท่าน ถ้าหากอยู่ติดถนน หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้าง เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นตามปริมาณฝุ่นละออง (สังเกตง่ายถ้าด้านหลังของคอยล์ร้อนเริ่มมีฝุ่นจับมากก็ควรล้างทันที อย่าปล่อยให้อุดตันจนอากาศไหลเวียนได้ไม่สะดวก)
  • พื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับการก่อสร้าง ก็จะทำให้มีสิ่งสกปรกอุดตันเร็วเช่นกัน
    ยิ่งถ้าบ้านติดกับการก่อสร้างถนนด้วยแล้วนั้น แนะนำความล้างแอร์ทุก 2-3 เดือนครั้งครับ เพราะแอร์จะสกปรกเร็วมาก ๆ
  • ที่อยู่อาศัยภายในห้องมีการใช้แป้งเยอะหรือไม่ หรือที่นอนเป็นฝุ่นเยอะหรือไม่ หรือมีสิ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องล้างแอร์เร็วขึ้นนะครับ

ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ ด้วยน้ำเปล่าทุก ๆ อาทิตย์ (ทำให้แห้งก่อนนำไปใส่) เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง (ช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ และยังช่วยลดไรฝุ่นละอองที่ลมเป่าออกมาจากตัวแอร์ในห้องได้ด้วย)

ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ และยังช่วยทำให้อากาศภายในห้องสะอาด เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย

 

ราคาล้างแอร์รายครั้งแบบติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU) ธรรมดา อินเวอร์เตอร์
9,000 – 18,000 400.- 500.-
18,001 – 24,000 500.- 600.-
24,001 – 30,000 600.- 700.-
30,001 – 38,000 700.- 800.-
ดูราคาค่าล้างแอร์อินเวอร์เตอร์ เริ่มต้น 500.- บาท

นัดล้างแอร์ออนไลน์  |  ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

 

รายละเอียดการทำงาน

( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีด เทอร์โมรูม และ รีโมทควบคุมความเย็น (CONTROL)

( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า และ การทำงานของคอนเดนซิ่งยูนิต

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านค่ะ

 


 

อัตราค่าบริการล้างย่อยแอร์

 

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างย่อยแอร์แบบติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU) ราคา ระยะเวลา
20,001 – 48,000 300.- 15-30 นาที
กรณีแอร์เสียเก็บค่าตรวจเช็ค 300.- 15-30 นาที
* รวมค่าบริการ / ค่าตรวจเช็ค ค่าเดินทาง / ค่าล้างย่อยแอร์ / แล้วแต่กรณี

 

รายละเอียดการล้างย่อยแอร์

( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter)
2. ดูดและเป่าทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจเช็ค รอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น และใบพัด
5. ตรวจเช็คชุดควมคุมระบบแอร์เทอร์โมรูมและรีโมท

( ล้างย่อย ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

6. ดูดและเป่าแผงครีบคอนเดนซิ่งยูนิตด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
7. ตรวจวัดแรงดันของระบบน้ำยา ที่คอนเดนซิ่ง
8. ตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด
9. ตรวจเช็คการทำงานของมอเตอร์และใบพัดลมคอยล์ร้อน
10. ตรวจเช็คการทำงาน ของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** กรณีล้างย่อย คิดค่าล้างย่อย 300.- บาท แอร์ขนาดใหญ่เกิน 20,000 BTU | ค่าบริการตรวจเช็ค 300.- บาท กรณีแอร์เสีย ไม่ได้ล้างแอร์ | – ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามหน้างานจริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดราคาค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้าทราบก่อนการดำเนินการทุกครั้ง ขอบคุณที่ไว้วางใจใช้บริการเย็นสบาย ค่ะ !!

 


 


ล้างแอร์รังสิต ซ่อมแอร์รังสิต ซ่อมแอร์ดอนเมือง ซ่อมแอร์ปทุม ซ่อมแอร์คลองหลวง

ล้างแอร์ ตั้งพื้น

by LangAIR Took Comments: 0

อัตราค่าบริการล้างแอร์ตั้งพื้น

 

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างแอร์รายครั้งแบบตั้งพื้น

ขนาดบีทียู (BTU) ราคา ระยะเวลา
9,000 – 15,000 400.- 30-60 นาที
15,001 – 20,000 500.- 30-60 นาที
20,001 – 28,000 600.- 30-90 นาที
28,001 – 38,000 700.- 45-90 นาที
38,001 – 48,000 800.- 45-120 นาที
48,001 – 58,000 1,000.- 60-120 นาที
58,001 – 68,000 1,200.- 60-120 นาที
68,001 – 78,000 1,500.- 60-120 นาที
เพื่อสุขภาพที่ดี อย่าลืมล้างแอร์เป็นประจำนะคะ

 

รายละเอียดการทำงาน

( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีด เทอร์โมรูม และ รีโมทควบคุมความเย็น (CONTROL)

( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า และ การทำงานของคอนเดนซิ่งยูนิต


การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


**
การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านค่ะ

 


 

อัตราค่าบริการล้างย่อยแอร์

 

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างย่อยแอร์แบบตั้งพื้น

ขนาดบีทียู (BTU) ราคา ระยะเวลา
9,000 – 48,000 300.- 15-30 นาที
48,001 – 78,000 500.- 20-40 นาที
* รวมค่าบริการ / ค่าตรวจเช็ค ค่าเดินทาง / ค่าล้างย่อยแอร์ / แล้วแต่กรณี

 

รายละเอียดการล้างย่อยแอร์

( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter)
2. ดูดและเป่าทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจเช็ค รอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น และใบพัด
5. ตรวจเช็คชุดควมคุมระบบแอร์เทอร์โมรูมและรีโมท

( ล้างย่อย ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

6. ดูดและเป่าแผงครีบคอนเดนซิ่งยูนิตด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
7. ตรวจวัดแรงดันของระบบน้ำยา ที่คอนเดนซิ่ง
8. ตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด
9. ตรวจเช็คการทำงานของมอเตอร์และใบพัดลมคอยล์ร้อน
10. ตรวจเช็คการทำงาน ของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามหน้างานจริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดราคาค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้าทราบก่อนการดำเนินการทุกครั้ง

 


 

ล้างแอร์ แขวนใต้ฝ้า

by LangAIR Took Comments: 0

อัตราค่าบริการล้างแอร์แขวนใต้ฝ้า

 

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างแอร์รายครั้งแบบแขวนใต้ฝ้า

ขนาดบีทียู (BTU) ราคา อินเวอร์เตอร์
9,000 – 10,000 500.- 600.-
10,001 – 13,000 600.- 700.-
13,001 – 18,000 700.- 800.-
18,001 – 28,000 800.- 900.-
32,001 – 38,000 900.- 1,100.-
38,001 – 44,000 1,000.- 1,200.-
48,001 – 58,000 1,200.- 1,300.-
58,001 – 68,000 1,500.- 1,600.-
68,001 – 78,000 1,600.- 1,800.-
เพื่อสุขภาพที่ดี อย่าลืมล้างแอร์เป็นประจำนะคะ

 

รายละเอียดการทำงาน

( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีด เทอร์โมรูม และ รีโมทควบคุมความเย็น (CONTROL)

( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า และ การทำงานของคอนเดนซิ่งยูนิต

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านค่ะ

 


 

อัตราค่าบริการล้างย่อยแอร์

 

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างย่อยแอร์แบบแขวนใต้ฝ้า

ขนาดบีทียู (BTU) ราคา ระยะเวลา
9,000 – 48,000 400.- 15-30 นาที
48,001 – 78,000 500.- 20-40 นาที
* รวมค่าบริการ / ค่าตรวจเช็ค ค่าเดินทาง / ค่าล้างย่อยแอร์ / แล้วแต่กรณี

 

รายละเอียดการล้างย่อยแอร์

( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter)
2. ดูดและเป่าทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจเช็ค รอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น และใบพัด
5. ตรวจเช็คชุดควมคุมระบบแอร์เทอร์โมรูมและรีโมท

( ล้างย่อย ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

6. ดูดและเป่าแผงครีบคอนเดนซิ่งยูนิตด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
7. ตรวจวัดแรงดันของระบบน้ำยา ที่คอนเดนซิ่ง
8. ตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด
9. ตรวจเช็คการทำงานของมอเตอร์และใบพัดลมคอยล์ร้อน
10. ตรวจเช็คการทำงาน ของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามหน้างานจริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดราคาค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้าทราบก่อนการดำเนินการทุกครั้ง